คำตอบโดยสรุป

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเริ่มจากรวมเงินได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ แล้วหักค่าลดหย่อนที่มีสิทธิ เหลือเป็น “เงินได้สุทธิ” จากนั้นแบ่งเงินได้สุทธิไปคำนวณตามอัตราภาษีขั้นบันไดตั้งแต่ 0% ถึง 35% และหักภาษีที่ชำระไว้แล้วเพื่อหายอดที่ต้องจ่ายเพิ่มหรือขอคืน

1. ตัวเลข 4 ชุดที่ต้องแยกให้ออก

  1. เงินได้พึงประเมิน คือรายได้ที่กฎหมายให้นำมาคำนวณภาษี เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ค่านายหน้า ค่าเช่า หรือรายได้จากวิชาชีพ
  2. ค่าใช้จ่าย เป็นจำนวนที่กฎหมายอนุญาตให้หักตามประเภทเงินได้ แต่ละประเภทมีวิธีและเพดานต่างกัน
  3. ค่าลดหย่อน เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ครอบครัว ประกัน สินเชื่อที่อยู่อาศัย เงินบริจาค และเงินออมตามเงื่อนไข
  4. เงินได้สุทธิ คือฐานที่นำไปคิดภาษีขั้นบันได

สูตรพื้นฐานคือ:

เงินได้พึงประเมิน − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ

2. อัตราภาษีขั้นบันได

เงินได้สุทธิต่อปีอัตราภาษีของช่วงนั้น
0–150,000 บาทยกเว้น
150,001–300,000 บาท5%
300,001–500,000 บาท10%
500,001–750,000 บาท15%
750,001–1,000,000 บาท20%
1,000,001–2,000,000 บาท25%
2,000,001–5,000,000 บาท30%
มากกว่า 5,000,000 บาท35%

คำว่า “อยู่ฐานภาษี 20%” จึงหมายถึงเงินได้สุทธิส่วนบนสุดของบุคคลนั้นอยู่ในช่วง 20% ไม่ใช่รายได้ทั้งหมดถูกเก็บ 20%

ที่มาอัตราภาษี: กรมสรรพากร — อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตารางนี้ใช้กับเงินได้สุทธิหลังหักรายการที่เข้าเกณฑ์ ไม่ใช่นำอัตราขั้นสูงสุดไปคูณรายได้ทั้งหมด

3. ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น

สมมติพนักงานมีเงินเดือนทั้งปี 960,000 บาท ไม่มีโบนัส หักค่าใช้จ่ายเงินเดือน 100,000 บาท และค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท โดยยังไม่รวมสิทธิอื่น

  1. เงินได้สุทธิ = 960,000 − 100,000 − 60,000 = 800,000 บาท
  2. 0–150,000 บาท: ยกเว้น
  3. 150,001–300,000 บาท: 150,000 × 5% = 7,500 บาท
  4. 300,001–500,000 บาท: 200,000 × 10% = 20,000 บาท
  5. 500,001–750,000 บาท: 250,000 × 15% = 37,500 บาท
  6. 750,001–800,000 บาท: 50,000 × 20% = 10,000 บาท

ภาษีตามตัวอย่างเท่ากับ 75,000 บาท ก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย และก่อนใช้ค่าลดหย่อนอื่น ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเพื่อสอนวิธีคิด ไม่ใช่ผลคำนวณเฉพาะบุคคล

ปรึกษาทีม WLI ทาง LINE

4. ขั้นตอนวางแผนที่ไม่เริ่มจากการซื้อ

  1. รวมรายได้ทุกประเภทและภาษีที่ถูกหักไว้
  2. แยกค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้
  3. บันทึกสิทธิที่มีอยู่แล้ว เช่น ส่วนตัว ครอบครัว ประกันสังคม และดอกเบี้ยบ้าน
  4. คำนวณเงินได้สุทธิและภาษีก่อนวางแผนเพิ่ม
  5. ประเมินสภาพคล่องและเป้าหมาย ก่อนเลือกประกันหรือการลงทุนลดหย่อน

5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. ใช้รายได้ทั้งปีคูณอัตราภาษีสูงสุด
  2. นำ “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย” ไปคิดว่าเป็นภาษีสุดท้ายเสมอ
  3. ลืมรายได้จากงานเสริม ค่าเช่า หรือรายได้อื่น
  4. นับค่าลดหย่อนเกินเพดานหรือซ้ำหมวด
  5. ซื้อสิทธิลดหย่อนก่อนรู้ว่าตนมีภาษีต้องชำระเท่าใด


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เงินเดือนเท่าไหร่จึงเริ่มเสียภาษี?

ดูจากเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ไม่สามารถตัดสินจากเงินเดือนอย่างเดียว ผู้มีรายได้เท่ากันอาจเสียภาษีต่างกันเพราะสิทธิส่วนบุคคลต่างกัน

ฐานภาษี 20% ต้องเสีย 20% ของรายได้ทั้งหมดหรือไม่?

ไม่ใช่ เฉพาะเงินได้สุทธิส่วนที่อยู่ในช่วง 750,001–1,000,000 บาทเท่านั้นที่คิด 20% ส่วนก่อนหน้าคิดตามอัตราของแต่ละขั้น

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือค่าลดหย่อนหรือไม่?

ไม่ใช่ เป็นภาษีที่ชำระไว้ล่วงหน้า เมื่อนำมาหักจากภาษีที่คำนวณได้แล้ว อาจเหลือยอดชำระเพิ่มหรือขอคืน

มีรายได้หลายทางต้องรวมกันหรือไม่?

โดยทั่วไปต้องรวมเงินได้ที่อยู่ในข่ายเสียภาษี แต่การหักค่าใช้จ่ายและวิธียื่นขึ้นกับประเภทเงินได้ จึงควรแยกเอกสารแต่ละแหล่งให้ชัดเจน


สรุป

หัวใจของการคำนวณภาษีคือหาฐาน “เงินได้สุทธิ” ให้ถูก แล้วจึงคำนวณแบบขั้นบันได การวางแผนที่ดีเริ่มจากข้อมูลรายได้และสิทธิจริง ไม่ใช่เริ่มจากการใช้วงเงินลดหย่อนให้เต็มโดยไม่ดูความจำเป็น


บทความที่เกี่ยวข้อง / Internal Links

  1. เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? เงื่อนไขที่ต้องรู้ก่อนซื้อ
  2. เงินเดือนเท่านี้เสียภาษีเท่าไหร่?

วางแผนลดหย่อนภาษีอย่างไร ไม่ให้เสียเงินมากกว่าภาษีที่ประหยัดได้

  1. มีประกันอยู่แล้ว เช็กอย่างไรว่ากรมธรรม์ไหนใช้ลดหย่อนภาษีได้


หากคุณมีรายได้หลายประเภทหรือไม่แน่ใจว่าควรเริ่มวางแผนจากจุดใด สามารถรวบรวมหนังสือรับรองรายได้ รายการภาษีหัก ณ ที่จ่าย และสิทธิลดหย่อนที่มีอยู่ เพื่อขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีตรวจฐานคำนวณก่อนตัดสินใจใช้เงินเพิ่ม


ปรึกษาทีม WLI ทาง LINE

เกี่ยวกับบทความนี้

เขียน เรียบเรียง และตรวจสอบข้อมูลโดย

คุณจักรี น้อยดอนไพร

ตัวแทนประกันชีวิตและผู้บริหารศูนย์ ไทยประกันชีวิต สาขาบางนา

ผู้ให้คำปรึกษาด้านการวางแผนความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ การออม และการวางแผนภาษี

เผยแพร่ครั้งแรก: 21 กันยายน 2569

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 26 ตุลาคม 2569

แหล่งข้อมูล: กรมสรรพากร — https://www.rd.go.th/

หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาด้านภาษีเฉพาะบุคคลหรือส่วนหนึ่งของสัญญาประกันภัย กฎหมายและมาตรการภาษีอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ของปีภาษีที่ใช้สิทธิและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น